คอลัมน์ มองมุมใหม่
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
-
ปกป้อง จันวิทย์ -
http://www.people.umass.edu/pokpongj/index.htm
ธันวาคม 2546
ตั้งแต่ผมส่งบทความมาตีพิมพ์ในหน้าทัศนะวิจารณ์และร่วมเป็นหนึ่งในทีมผู้เขียนคอลัมน์
มองมุมใหม่
ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2545
ยังไม่เคยมีโอกาสได้เขียนคุยกับคุณผู้อ่านเลยครับ ที่แล้วมาได้แต่เขียนบทความแนววิชาการเศรษฐศาสตร์หนัก ๆ
มาโดยตลอด แต่ในบรรยากาศปีใหม่เช่นนี้อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศมาคุยกันแบบสบาย
ๆ สักครั้งนะครับ
ปี 2546 นี้ ผมผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในคอลัมน์นี้เป็นระยะ ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวย
แต่ก็หายหน้าไปเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งก็ต้องขอโทษในความไม่สม่ำเสมอด้วยนะครับ เพราะปีนี้ ผมมีภารกิจด้านการเรียนหนักหนาสาหัส
แต่ก็กำลังจะลงตัวแล้วครับ
เลยตั้งใจว่าปีหน้านี้จะพยายามเขียนเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอให้ได้
หากนั่งทบทวนวันเวลาก็นับว่าปี 2546
ที่กำลังจะผ่านไปมีเหตุการณ์และบุคคลที่น่าสนใจและประทับใจมากมาย
แต่บุคคลผู้หนึ่งที่ประทับใจผมอย่างยิ่ง คือ คนปลูกต้นไม้ คนหนึ่งครับ
หลายคนคงเคยอ่านหนังสือเรื่อง คนปลูกต้นไม้
ของ Jean Giono นักเขียนชาวฝรั่งเศส
หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของผมทีเดียวครับ
คนปลูกต้นไม้ เป็นเรื่องราวของบุฟฟิเยร์
ชายเลี้ยงแกะ ผู้ใช้ชีวิตตัวคนเดียวอย่างสงบในแถบเทือกเขาสูงที่แสนแห้งแล้งของฝรั่งเศส
บุฟฟิเยร์ถือวัตรปฏิบัติประจำวันด้วยการปลูกต้นไม้ให้กับแผ่นดินที่กำลังจะตาย
ตามกำลังที่คนแก่อย่างเขาพึงมี ท้ายที่สุด
ความมุ่งมั่นปลูกต้นไม้วันละนิดละหน่อยด้วยตัวคนเดียวของเขาก็ส่งผลให้ผืนแผ่นดินที่กำลังจะสิ้นใจฟื้นคืนชีวิตอันร่มรื่นสดใสอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ
เมืองไทยเราก็มี บุฟฟิเยร์ นะครับ
ผมไม่เคยนึกฝันว่าจะได้เห็น คนปลูกต้นไม้ แบบในหนังสือในโลกแห่งความจริง จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม
ผมมีโอกาสได้ชมเทปรายการ ถึงลูกถึงคน ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ทางอินเตอร์เน็ท
ณ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอที่ยากจนที่สุดของประเทศไทย
ที่เคยมีข่าวเด็กกินดินให้สลดใจ
มีดาบตำรวจคนหนึ่งเฝ้าเพียรปลูกต้นไม้ทุกวันตามพื้นที่สาธารณะมาเป็นเวลา 15 ปี
ในช่วงก่อนและหลังเวลางาน โดยไม่ได้เรียกร้องหรือคาดหวังผลประโยชน์ใด ๆ
จากเริ่มแรก ที่ถูกชาวบ้านเฝ้ามองด้วยสายตาแปลก ๆ กระทั่งบางคนหาว่าเขาบ้า ... 15 ปีผ่านไป
ดินแดนที่เคยแห้งแล้งกันดารก็พลิกโฉมกลับเต็มไปด้วยต้นตาลกว่าสองล้านต้น และต้นไม้อื่น
ๆ อีกมากมาย ...
ความร่มรื่นเข้าแทนที่ความหม่นหมอง
ใครว่า สามัญชนคนเดียวเปลี่ยนโลกไม่ได้ครับ !
คนธรรมดาที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างธรรมดา โดยไม่เรียกร้องความสนใจจากใคร
- หากซื่อสัตย์ต่อภารกิจ หน้าที่ และอุดมการณ์ของตน
ที่วาดฝันให้สังคมส่วนรวมและโลกรอบตัวดีขึ้น - สามารถสร้างความงดงามให้โลกและสังคมได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ดังการกระทำของบุฟฟิเยร์ และดาบตรีวิชัย
สุริยุทธ ผู้บังคับงานหมู่สอบสวน
สถานีตำรวจภูธรอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
แม้ผลลัพธ์จากแรงกายแรงใจของเราไม่ผลิดอกออกผลให้ได้ชื่นชมอย่างฉาบฉวยทันใจ หากต้องใช้เวลานับทศวรรษ
แม้ตอนเราลงมือทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่น จะมีคนหัวเราะเยาะหรือปรามาส
แม้สิ่งที่เราทำดูจะเป็นเพียงแค่ผงธุลีที่แลดูไม่สลักสำคัญอะไรในแต่ละวัน
แต่คนเล็ก ๆ คนหนึ่ง สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ได้ หากคงไว้ซึ่งความศรัทธา
และก้มตาก้มตารับใช้อุดมการณ์ของตน
ต้นไม้เพียงไม่กี่ต้นที่เราทยอยปลูกในแต่ละวันตามกำลังที่พอมี
เมื่อรวมเข้าด้วยกัน กลับส่งผลยิ่งใหญ่อย่างคาดไม่ถึง ด้วยพลังห่วงโซ่แห่งความดี
สังคมหรือชีวิตในอุดมคติคงเกิดขึ้นไม่ได้ หากเราเลิกใฝ่ฝันถึงมัน
และไม่พยายามลงมือทำมันให้เป็นจริง ตามกำลังที่อำนวย
รักษาจิตวิญญาณแห่งความเป็น คนปลูกต้นไม้
ไว้นะครับ ไม่ว่าคุณจะมีพื้นที่อยู่ตรงไหนในสังคมและชุมชนของคุณ
ต้นไม้ ที่ว่า มิได้แค่หมายถึง ต้นไม้ เท่านั้นนะครับ
ทุกคนสามารถเป็น คนปลูกต้นไม้
ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงมือปลูกต้นไม้จริง ๆ เหมือนคนปลูกต้นไม้ทั้งสองที่กล่าวมาแต่อย่างใด
เพราะต้นไม้แห่งความดี ปลูกไม่ยาก ขึ้นง่าย ไม่ใช้ต้นทุนมาก ไม่เสียเวลา
แต่กลับส่งผลกระทบกว้างไกล
อีกทั้งมันยังดูแลรักษาและแพร่พันธุ์ได้ด้วยตัวเอง
... ใช้แต่ใจเท่านั้นครับ โดยเฉพาะจิตใจที่คิดพ้นไปจากตัวเอง
สวัสดีปีใหม่ครับ